Wednesday, July 02, 2008
อาการปวดหลังจะป้องกันได้อย่างไร?
By safety1 @ 4:03 PM :: 3001 Views :: 13 Comments :: บทความทั่วไป
ที่มา : เอกสารความปลอดภัย สถาบันความปลอดภัยในการทำงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
                ท่านเป็นคนหนึ่งที่เคยมีอาการปวดหลังหรือไม่ อาการปวดหลังเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ และพบได้บ่อยในคนทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมและผู้ใช้แรงงานทั่วไป เป็นอาการที่ไม่รุนแรง แต่จะทำให้ผู้ที่มีอาการนั้นเจ็บและทรมาน บั่นทอนสุขภาพร่างกายจิตใจ ผู้ที่มีอาการปวดหลังมากๆ ย่อมส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานและชีวิตความเป็นอยู่อย่างมาก แม้แต่ผู้ที่มีอาการปวดไม่มากก็ตาม ดังนั้น จึงควรมาช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดหลังทั้งในเรื่องของการควบคุมดูแลสุขภาพอนามัย เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายมากขึ้น โดยปราศจากซึ่งการเกิดอาการปวดหลัง
โครงสร้างของกระดูกสันหลัง
                หลังของเรามิได้ประกอบด้วยกระดูกชิ้นเดียว แต่ประกอบไปด้วยกระดูกสันหลัง ทั้งหมด 24 ชิ้น วางซ้อนกันตั้งแต่กระดูกสะโพกถึงกระดูกศีรษะ ระหว่างกระดูกแต่ละชิ้นจะมีเนื้อนุ่มเหมือนฟองน้ำขั้นกลาง เรียกว่า หมอนรองกระดูก ซึ่งจะรับแรงกระแทกของกระดูก และเพิ่มความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวกระดูกสันหลังทำหน้าที่เป็นแกนกลางของร่างกาย กระดูกจะถูกยึดติดเป็นแนว โดยอาศัยกล้ามเนื้อและเอ็น การหดเกร็งกล้ามเนื้อหลัง จะทำให้เกิดความเคลื่อนไหว
อาการปวดหลังเป็นอย่างไร?
                อาการปวดหลังเป็นอาการที่เกิดขึ้นบริเวณส่วนบั้นเอว หรือบริเวณหลังส่วนล่างไปจนถึงบริเวณขาและเท้า ลักษณะอาการจะค่อยๆเป็นหรือเป็นแบบเฉียบพลัน และเมื่อเป็นแล้วใช้เวลาในการรักษาโดยมีช่วงระยะเวลาตั้งแต่ 3 – 4 วัน จนถึงสัปดาห์หรือเป็นเดือน บางคนจะมีลักษณะอาการเป็นแล้วหายแล้วกลับมาเป็นอีกลักษณะไม่หลายขาด
สาเหตุของการเกิดอาการปวดหลัง

            1.อิริยาบถส่วนตัวที่ไม่ถูกต้อง คือ อิริยาบถในการนั่ง ยืน นอน ทำให้กระดูกสันหลังอยู่ในท่าที่ ผิด หรือเกิดความไม่สมดุลในการรับแรงของกล้ามเนื้อ
            2.อิริยาบถในการทำงานที่ไม่ถูกต้อง คือ การทำงานเบาแต่มีอิริยาบถที่ไม่ถูกต้อง เช่น การยืน เอื้อมเขย่งทำงาน การนั่งหลังคู้ยองๆ การยืนหลังงอ 
               การนั่งทำงานในท่าที่ผิดเป็นเวลานาน การ ทำงานซ้ำซากจำเจเหล่านี้ เป็นสาเหตุทำให้เกิดแรงกดที่หมอนรองกระดูกผิดปกติ เกิดการเกร็ง 
               และเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ
            3.การประสบอุบัติเหตุที่หลัง คือ การประสบอุบัติเหตุแล้วทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ส่วนหลัง เช่น การตกจากที่สูง การถูกวัตถุหล่นหรือฟาดลัง 
               การถูกชนหรือกระแทกที่หลังจนเป็นเหตุให้ กระดูกสันหลังหักหรือเกิดการอักเสบ หรือบาดเจ็บของสันหลัง
            4.ความสั่นสะเทือน มีการวิจัยพบว่า การสั่นสะเทือนตลอดร่างกายเป็นเหตุให้เกิดอาการปวดหลัง ได้ เช่น ผู้ขับรถแทรกเตอร์ ขับรถยกของ 
               เพราะจะทำให้เกิดการเสื่อมของกระดูกสันหลังเร็วขึ้น
            สาเหตุที่ทำให้ปวดหลังข้างต้นเป็นเพียงสาเหตุใหญ่ๆ ที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง แต่ท่านจะปลอดภัยจากอาการปวดหลังหากมีการจัดสถานที่ทำงานหรืออิริยาบถในการทำงานให้ถูกต้อง มีการบริหารร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ซึ่งไม่ยากลำบากในการฝึกฝนให้เกิดความเคยชินและปฏิบัติจนเป็นนิสัย ท่านจะเป็นผู้หนึ่งที่มีความสุขปราศจากความทุกข์ทรมานจากอาการปวดหลัง
การป้องกันอาการปวดหลัง
   ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน และหลีกเลี่ยงท่าทางการทำงานที่ไม่ถูกวิธี เช่น
             ลักษณะของงานที่ทำต้องยกของหนักมากเป็นประจำ ให้ใช้เครื่องทุนแรง แทนการใช้แรงคนยก
             หากจำเป็นต้องยกของหนัก โดยไม่มีเครื่องทุ่นแรงให้ดูว่าน้ำหนักที่จะยกนั้น เกินกำลังของตนเองหรือไม่ ถ้าหากเกินกำลังของตนเอง 
                ให้หาคนเพิ่มในการช่วยยกของ
             ยกของให้ถูกวิธี คือ งอเข่า แยกขาออกจากกัน ยื่นแขนออกไปยกของ หลังตรง ยกของด้วยกำลังขาโดยไม่ก้มลง ของที่ยกให้อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด

             หลีกเลี่ยงการยกของที่หนัก แล้ววางลงในระดับที่ต่ำกว่าเอว
             ลักษณะงานที่ทำหากต้องนั่งทำงานนานๆ ควรนั่งทำงานบนเก้าอี้ที่มีพนักพิงและมีความสูงพอที่เท้าสามารถวางบนพื้นได้
             ลักษณะงานที่ทำหากต้องยืนทำงานนานๆ ควรจัดให้มีเก้าอี้ที่มีพนักพิงสำหรับนั่งพัก หรือจัดให้มีที่พักเท้า
             หลีกเลี่ยงการยืนหลังค่อมหรือแอ่นหลังมากเกินไป
ข้อควรปฏิบัติในการออกกำลังกาย
            1.เคลื่อนไหวในแต่ละท่าอย่างช้าๆ ห้ามกระชาก หายใจเข้าออกตามปกติ ระวังอย่ากลั้นหายใจ
            2.อย่าฝืนหรือหักโหมเกินไป
            3.ไม่ควรให้มีอาการปวดหรือเจ็บใดๆ ในขณะที่ออกกำลังกาย
            4.เพื่อให้ได้ผลที่ดีควรออกกำลังกายให้เป็นประจำ และสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน วันละไม่ต่ำกว่า 30 นาที 
            5.ให้ทำท่าละ 10 ครั้ง ควรเริ่มต้นและจบด้วยการยืดกล้ามเนื้อทุกครั้ง
การออกกำลังกายเพื่อป้องกันอาการปวดหลัง
            1.นั่งบนเก้าอี้เท้าวางราบกับพื้น ผ่อนคลายคอ หลัง พร้อมก้มตัวลงช้าๆ ให้มือแตะพื้น ค้างในท่านี้5 – 10 นาที ค่อยๆเงยขึ้นช้าๆสู่ท่าเริ่มต้น

            2.นั่งให้ฝ่าเท้าชนกัน ผ่อนคลายคอและหลัง พร้อมกับก้มตัวเหยียดมือไปข้างหน้าช้าๆ ค้างไว้ 5 – 10 นาที ถ้าตึงบริเวณต้นขาด้านในมากไป 
               ให้เหยียดขาออกไปด้านหน้าได้อีก

            3.นั่งเหยียดขาไปกับพื้น ยกเท้าขวาไขว้ไปวางด้านข้างของเข่าซ้าย ใช้ศอกซ้ายดันเข่าขวาด้านนอกไว้ ค่อยๆหมุนตัวไปด้านขวา 
               มือขวาท้าวไปด้านหลัง ให้รู้สึกว่ากล้ามเนื้อลำตัวด้านซ้ายตึง ค้างไว้ 5 – 10 นาที แล้วสลับทำอีกข้าง

            4.นอนหงาย ค่อยๆดึงเข่าทั้ง 2 ข้างมาชิดอกช้าๆค้างไว้ 10 วินาที จะรู้สึกตึงบริเวณหลังส่วนล่าง หากมีอาการปวดเข่าให้สอดมือ
               ทั้ง 2 ข้าง ตรงบริเวณข้อพับเข่า