Increase Font Size on PortalDecrease Font Size on PortalReset Font sizes to Portal Defaults.
ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า : หน้าหลัก > บทความทั่วไป / Login

Current Articles | Categories | Search

Tuesday, March 18, 2008
ระบบการเฝ้าระวังสุขภาพทางการแพทย์
By safety1 @ 11:20 AM :: 1473 Views :: 8 Comments :: บทความวิชาการด้านสุขภาพอนามัย
 
ขนาดของระบบ

             ระบบนี้อาจมีเพียงขุดปฐมพยาบาล และเจ้าหน้าที่ จนถึงมีหน้าที่เต็มเวลาที่เป็นแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่เทคนิค

วัตถุประสงค์ของระบบ

             1. ดำรงไว้ซึ่งสุขภาพที่ดีของพนักงาน

             2. ป้องกันหรือควบคุมโรคทั้งจากการทำงานและไม่ใช่จากการทำงาน 

             3. ป้องกันและลดความบกพร่อง หรือพิการอันเนื่องมาจากการทำงาน

ที่มา 

             ในประเทศสหรัฐอเมริกาสมัยแรกๆ สหภาพแรงงานมักเคลื่อนไหวเพื่อต่อรองด้านค่าจ้างและสภาพการทำงาน แต่ต่อมาเปลี่ยนเป็นการต่อรองด้านการจัดการ เช่น ขอให้มีคณะกรรมการความปลอดภัย โครงการสุขภาพและความปลอดภัย หรือสิทธิในการรับข้อมูล จึงทำให้สหรัฐอเมริกาต้องออกกฎหมายความปลอดภัยในการทำงานและสุขภาพ (Occupational Safety and Health Acts: OSHA) ใน ค.ศ. 1970 

             OSHA ของสหรัฐอเมริกาได้ตั้งข้อกำหนดในการติดตามสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานทางการแพทย์ โดยให้มีการเฝ้าระวังทางการแพทย์สำหรับผู้ทำงานที่เสี่ยงต่อการได้รับสารเคมี หรือพลังงานทางกายภาพ (เช่น เสียงดัง, ความร้อน, ความสั่นสะเทือน เป็นต้น) ซึ่งการเฝ้าระวังทางการแพทย์ที่ OSHA กำหนดไว้ต้องสามารถบ่งชี้ความเสี่ยงที่มีต่อสุขภาพได้ และสามารถควบคุมหรือทำการป้องกันอันตรายที่จะมีต่อสุขภาพได้
 

ก. ระบบการเฝ้าระวังสุขภาพ

             ระบบการเฝ้าระวังสุขภาพเกิดขึ้นจากการติดตามข้อมูลการสัมผัสสิ่งที่มีความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงาน บันทึกการสัมผัสของผู้ปฏิบัติงานและจากกระบวนการของโรงงาน การเฝ้าระวังเช่นนี้ทำให้มีโอกาสพบโรคจากการทำงานได้มากกว่าปกติ การตรวจเพื่อเฝ้าระวังของแพทย์ประกอบด้วย การทดสอบแบบปกติเพื่อประเมินสุขภาพโดยรวม และการทดสอบพิเศษเพื่อหาผลกระทบต่อร่างกายของสารเคมี หรือพลังงานทางกายภาพที่ผู้ปฏิบัติงานได้รับ ระบบนี้จึงประกอบด้วยข้อมูล 5 ชุดคือ 

             ก.1 การตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงาน (ดูรายละเอียดเพิ่มด้านล่าง) 
             ก.2 บันทึกทางการแพทย์ของผู้ปฏิบัติงาน (ดูรายละเอียดเพิ่ม) 
             ก.3 บันทึกการสัมผัสสารของผู้ปฏิบัติงาน (ดูรายละเอียดเพิ่ม) 
             ก.4 การตรวจสุขภาพตามระยะเวลา (ดูรายละเอียดเพิ่ม) 
             ก.5 ระบบปฐมพยาบาล (ดูรายละเอียดเพิ่ม) 

ก.1 การตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงาน (Pre-employment Physical Examinations) 

             โดยทั่วไปวัตถุประสงค์ของการตรวจร่างกายคือ ต้องการดูสุขภาพโดยรวม ดังนั้น การตรวจร่างกายก่อนเข้างานจึงทำเพื่อพิจารณาสภาพร่างกายของผู้สมัครงานว่า สามารถทำงานได้ตามพละกำลังและสติปัญญาที่มีอยู่หรือไม่ นอกจากนี้ ยังช่วยดูว่าความบกพร่องของร่างกาย (ถ้ามี) จะมีผลต่อความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยเมื่อเข้าทำงานหรือไม่ ซึ่งผู้ที่จะเข้างานจะต้องมีคุณสมบัติทางกายตามที่หน่วยงานกำหนด เช่น หากผู้จะเข้าทำงานต้องพบกับเสียงดังเกินข้อกำหนดของ OSHA จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการตรวจสมรรถภาพการได้ยินก่อนเมื่อมาสมัครงาน เพื่อดูความบกพร่องของสมรรถภาพการได้ยินและหากผลการตรวจร่างกายพบว่าผู้สมัครงานไม่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของงาน ทางบริษัทผู้จ้างก็จะต้องแจ้งผู้สมัครว่าไม่อาจรับเข้าทำงานได้ด้วยสาเหตุใด สำหรับกรณีที่ผู้สมัครมีสมรรถภาพร่างกายพร้อมและได้รับการพิจารณาเข้าทำงานก็จะต้องได้รับการตรวจเกี่ยวกับสมรรถภาพการได้ยินต่อไปเป็นระยะ เพื่อหาความบกพร่องของการได้ยินที่เกิดจากการทำงาน

ก.2 บันทึกทางการแพทย์ของผู้ปฏิบัติงาน (Employee Medical Records) 

             บันทึกทางการแพทย์ของผู้ปฏิบัติงาน คือ บันทึกที่มีรายละเอียดสภาวะสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานซึ่งตรวจหรือดูแลโดยแพทย์ พยาบาลหรือบุคลากรทางสุขภาพของบริษัท ซึ่งเนื้อหาของบันทึกต้องมีข้อมูลดังต่อไปนี้

             (1) แบบสอบถาม หรือประวัติทางการแพทย์และการจ้างงาน 
             (2) ผลการตรวจทางการแพทย์ รวมทั้งการตรวจก่อนเข้างาน การตรวจสุขภาพตามกำหนดเวลา การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจเอกซเรย์ 
                   และการตรวจเฝ้าระวังทางชีวภาพทั้งหมด 
             (3) อาการ / ความเจ็บป่วยที่ผู้ปฏิบัติงานแจ้งต่อแพทย์ 
             (4) ความเห็นทางแพทย์ ผลการวินิจฉัย บันทึกความก้าวหน้า และข้อเสนอแนะของแพทย์ 
             (5) รายละเอียดเกี่ยวกับการรักษา 
             (6) การให้ยา
หมายเหตุ บันทึกทางการแพทย์ของผู้ปฏิบัติงาน จะไม่รวมถึงสิ่งต่อไปนี้ 

             1) ตัวอย่างเลือดและปัสสาวะที่ทำลายหลังจากการตรวจปกติ และไม่ต้องเก็บรักษาไว้ตามข้อกำหนดทางการแพทย์หรือติดตาม 
             2) บันทึกเกี่ยวกับการเรียกร้องค่าชดเชยในการประกันสุขภาพ ที่ทำไว้นอกเหนือจากโครงการโครงการด้านการแพทย์ของผู้จ้างงาน 
             3) บันทึกการเข้าโครงการสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานโดยความสมัครใจ เช่น โครงการเลิกสุรา สารเสพติดหรือการรับคำปรึกษาส่วนตัวที่อยู่นอกเหนือ
                 โครงการด้านการแพทย์ของผู้จ้างงาน 

ก.3 บันทึกการสัมผัสสารของผู้ปฏิบัติงาน (Employee Exposure Records) 

             บันทึกการสัมผัสสารของผู้ปฏิบัติงาน คือ บันทึกที่แสดงหลักฐานการสัมผัสสารพิษ หรืออันตรายทางด้านกายภาพที่ผู้ปฏิบัติงานได้รับ หรือผ่านร่างกายโดยวิธีใดๆ เช่น การสูดดม การรับประทาน การสัมผัสผิวหนัง หรือการดูดซึม ซึ่งบันทึกนี้จะรวมถึงการได้รับโดยบังเอิญและโอกาสที่จะได้รับ แต่ไม่รวมถึงสภาพที่ผู้จ้างงานได้พิสูจน์แล้วว่าสารพิษนั้นๆ ไม่ได้มีการใช้ หยิบถือ เก็บรักษาหรือผลิตขึ้นในสถานที่ทำงาน บันทึกการสัมผัสสารของผู้ปฏิบัติงาน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 

             (1) ภัยอันตรายต่อร่ากาย (สารเคมีใดๆ หรือสารทางชีวภาพ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา) 
             (2) ความเครียดทางกายภาพ (เสียง ความร้อน ความเย็น ความสั่นสะเทือน การเคลื่อนที่ซ้ำๆ และรังสีทั้งชนิดแตกตัวได้และไม่แตกตัว)

             สำหรับการเก็บรักษาบันทึกทางการแพทย์และการสัมผัสสารโดยหน่วยงาน / ผู้จ้างงานนั้น หากมาตรฐานทางการแพทย์และทางความปลอดภัยในการทำงาน ไม่ได้กำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาไว้ หน่วยงานงานควรเก็บรักษาบันทึกไว้ ดังนี้ 

             บันทึกทางการแพทย์ของผู้ปฏิบัติงาน : หน่วยงานควรเก็บรักษาไว้ตลอดช่วงเวลาการจ้างงาน บวกอีก 30 ปี ยกเว้นบันทึกเกี่ยวกับการ
                                                                          เรียกร้องค่าชดเชยในการประกันสุขภาพที่ทำไว้นอกเหนือจากโครงการด้านการแพทย์ของหน่วยงาน 

             บันทึกการสัมผัสสารของผู้ปฏิบัติงาน : หน่วยงานควรเก็บรักษาไว้อย่างน้อย 30 ปี ยกเว้นข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการตรวจวัดหรือเฝ้าระวัง
                                                                         ในสถานที่ทำงาน เช่น รายงาน หรือใบงานทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งให้เก็บรักษาไว้เพียง 1 ปี 
                                                                          ถ้าหากผลการตรวจวัดที่มีการแปลผลถูกเก็บไว้อย่างน้อย 30 ปีแล้ว 

             การเข้าถึงบันทึกทางการแพทย์และการสัมผัสสาร ตามมาตรฐานของ OSHA ผู้จ้างงานต้องยอมให้ผู้ปฏิบัติงาน ตัวแทนหรือ OSHA เข้าถึงบันทึกทางการแพทย์และการสัมผัสสารในด้านสภาพการทำงานและสถานที่ทำงานของตัวผู้ปฏิบัติงานได้

             เมื่อผู้ปฏิบัติงานร้องขอการเข้าถึงบันทึกทางการแพทย์ของตน และแพทย์ตัวแทนของผู้จ้างงานข้อมูลในบันทึกแสดงการวินิจฉัยอาการเจ็บป่วยทั้งทางกายและจิตที่อาจก่ออันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน ผู้จ้างงานอาจชี้แจงต่อผู้ปฏิบัติงานว่าการเข้าถึงบันทึกโดยตัวแทนของผู้ปฏิบัติงานจะกระทำได้ต่อเมื่อผู้ปฏิบัติงานมีหนังสือยินยอม (หนังสือยินยอมนี้หมายถึง เอกสารมอบอำนาจที่ประกอบด้วย ชื่อและลายเซ็นของผู้ปฏิบัติงานที่ยอมให้แสดงข้อมูลทางการแพทย์ของตน ชื่อตัวแทน [บุคคลหรือองค์กร] ผู้ได้รับมอบหมายให้รับมอบข้อมูลและรายการข้อมูลทางแพทย์ที่ยินยอมให้แสดง

การโอนย้ายบันทึก หากผู้จ้างงานต้องเลิกกิจการ ผู้จ้างงานต้อง 

             1) โอนย้ายบันทึกทางการแพทย์และการสัมผัสสารทั้งหมดให้แก่ผู้จ้างงานที่รับไว้ ซึ่งผู้จ้างงานคนใหม่จะรับและเก็บรักษาบันทึกเหล่านั้นไว้ 
             2) หากผู้จ้างงานเลิกกิจการและไม่มีผู้จ้างงานใหม่รับไว้ ผู้จ้างงานต้องแจ้งผู้ปฏิบัติงานที่ถูกเลิกจ้างถึงสิทธิ์ในการเข้าถึงบันทึกล่วงหน้า
                  อย่างน้อย 3 เดือนก่อนปิดกิจการ 
             3) หรือให้ผู้จ้างงานส่งมอบบันทึกให้แก่ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ 
                 (National Institute for Occupational Safety and Health: NIOSH) หากมาตรฐานกำหนดไว้

ก.4 การตรวจสุขภาพตามระยะเวลา (Periodic Health Examinations) 

             การตรวจสุขภาพให้แก่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนต้องเป็นไปตามข้อกำหนดหรือความสมัครใจ นอกจากนี้โครงการตรวจสุขภาพตามข้อกำหนดนี้ต้องใช้กับผู้ปฏิบัติงานที่เผชิญกับสารหรือกระบวนการทำงานที่มีอันตรายต่อสุขภาพ หรือเป็นงานที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้อื่น เช่น ผู้ขับเคลื่อนยวดยานสารเคมี เช่น ตะกั่ว หรือคาร์บอนเตตระคลอไรด์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคจากการทำงานแม้ว่าจะมีกระบวนการควบคุมให้ผู้ปฏิบัติได้รับความปลอดภัยอยู่แล้ว แต่ตามกฎหมายก็มีข้อกำหนดให้ตรวจสุขภาพตามระยะเวลาแก่ผู้ปฏิบัติงานเหล่านี้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า เครื่องจักรและการดูแลสุขอนามัยมีประสิทธิภาพดีพอที่จะดำเนินงานต่อไปได้ นอกจากนั้น การตรวจจะช่วยให้พบว่า บุคคลใดมีอาการแพ้พิษสารเคมีเป็นพิเศษหรือไม่ หรือบุคคลใดมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนมาตรการควบคุมเพื่อความปลอดภัย เป็นต้น
สำหรับความถี่ของการตรวจต้องขึ้นอยู่กับคุณภาพของเครื่องมือควบคุม ลักษณะของการได้รับสารและสิ่งที่พบจากการตรวจในแต่ละครั้ง ดังนั้น การได้รับสารบางอย่างอาจต้องมีการตรวจของแพทย์หรือตรวจทางห้องปฏิบัติการทุกสัปดาห์ สารกลุ่มอื่นอาจตรวจเป็นรายเดือนหรือรายคาบ เช่น การได้รับฝุ่นละอองบางชนิดจะตรวจเพียงรายปีหรือสองก็เพียงพอ 


             การตรวจเลือดหรือปัสสาวะทางห้องปฏิบัติการมักจะเป็นตัวหลักสำหรับโครงการตรวจสุขภาพตามระยะเวลา ส่วนการตรวจอื่นๆ เพื่อให้ครบถ้วนก็ลดความถี่ลงได้ การเลือกตรวจแบบพิเศษ (โดยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เอกซเรย์หรืออื่นๆ) ที่จำเป็นสำหรับวัดการได้รับสารบางอย่างและการแปรผลการตรวจจะต้องมาจากการตัดสินใจของบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ

ก.5 ระบบปฐมพยาบาล (First Aid Systems) 

             คำจำกัดความ ขององค์กรกาชาด สหรัฐฯ กำหนดว่า “ปฐมพยาบาล” คือ การตอบสนองอย่างทันทีต่อบุคคลทีบาดเจ็บหรือล้มป่วยก่อนพบแพทย์ ส่วน OSHA กำหนดว่าปฐมพยาบาลเป็นการตอบสนองต่อความเจ็บป่วย เช่น บาดแผล ถลอก ฟกช้ำ ซึ่งมีอาการเล็กน้อยจนไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ 
             ข้อกำหนดของ OSHA มาตรฐานของ OSHA กำหนดให้ผู้จ้างงานรับผิดชอบในการเตรียมบุคลากรทางการแพทย์ไว้ให้พร้อมในกรณีที่ไม่มีแพทย์ คลินิกหรือโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้สถานที่ทำงาน 
             การฝึกซ้อมการปฐมพยาบาล มาตรฐานของ OSHA กำหนดให้ผู้จ้างงานมีบุคลากรที่ผ่านการฝึกซ้อมปฐมพยาบาลเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ให้ไว้ ซึ่งบุคลากรที่ว่านี้อาจเป็นหัวหน้างาน ผู้ปฏิบัติงาน หรือบุคคลที่ผ่านการฝึกอบรมและถูกจ้างไว้เฉพาะการนี้ 

             ชุดปฐมพยาบาลต้องได้รับการตรวจและรับรองโดยแพทย์ แพทย์ต้องออกหนังสือรับรองให้ต่อผู้จ้างงาน 
             การเก็บบันทึก ต้องเก็บบันทึกทุกรายที่ได้รับการปฐมพยาบาล ผู้จ้างงานควรเก็บรักษาบันทึกเหล่านี้ไว้ 30 ปีหลังจากเลิกจ้างงาน รูปแบบบันทึกและการจัดเก็บควรง่ายสำหรับแพทย์และพยาบาลที่จะนำมาอ่านและตีความ

ข. สารเสพติด 

             ปัญหาความรุนแรงอย่างหนึ่งที่กระทบต่อวงการอุตสาหกรรมในปัจจุบันคือ การเพิ่มจำนวนของบุคคลที่ติดยาและสุรา โดยทั่วไปไม่มีการทำสถิติว่า ผลของการใช้สารเสพติดต่อการบาดเจ็บจากการทำงานเป็นเช่นไร เหตุผลข้อหนึ่งคือผู้เสพยากลัวถูกเลิกจ้าง อีกเหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้สอบสวนอุบัติเหตุไม่มีความเชี่ยวชาญในการค้นหาการใช้สารเสพติดในสถานที่ทำงาน ดังนั้น เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นจึงไม่มีการเชื่อมโยงถึงสารเสพติด

             ด้วยเหตุนี้ หลายบริษัทจึงสนใจปัญหาการใช้สารเสพติดโดยทำการตรวจคัดกรองก่อนรับเข้าทำงาน เพื่อจะได้ไม่จ้างคนที่มีปัญหาเรื่องสารเสพติด หรือใช้วิธีเลิกจ้างเมื่อพบว่ามีการติดยาหลังจากที่รับเข้าทำงานแล้ว จึงปรากฏว่าในภาคอุตสาหกรรมมีผู้รับการบำบัดเลิกยาและผู้ติดสุราเรื้อรังอยู่จำนวนหนึ่ง ความชุกชุมของผู้ติดยาและสุราดูจะสูงในกลุ่มคนอายุน้อย ซึ่งก็คือกลุ่มผู้ใช้แรงงานหลักของชาติ 

             การเสพยาในภาคอุตสาหกรรมมักเป็นคนกลุ่มอายุระหว่าง 18 ถึง 30 ปีต้นๆ อาจมีแนวคิดว่าเป็นปรากฏการณ์ของ “การเป็นผู้ใหญ่” คือหลังอายุ 30 ปีแล้วจำนวนผู้ติดยาจะเหลือน้อยมาก 
             อย่างไรก็ตาม ทัศนะของบริษัทที่มีต่อผู้ปฏิบัติงานที่มีความบกพร่องเนื่องจากยา ขึ้นอยู่กับลักษณะและความครอบคลุมของกิจกรรมดูแลสุขภาพ และขึ้นอยู่กับแนวคิดของผู้บริหารระดับสูงที่มีต่อผู้เสพยา 

                          เอกสารอ้างอิง : Anton TJ : Occupational Safety and Health Management<2nd ed., McGraw-Hill Book Co., New York, 1989
                          ไฟล์รูปภาพ :  www.ohel.com/healthsury.htm     www.research.usf.edu/cm/AnimalHealthSurveilla    
                                                www.peakperform.co.uk/services.htm       www.tttonline.net/       www.ida.net  
                          ที่มาข้อมูล :  SAFETECH Newsletter และ ศูนย์สุขภาพมหาชน บริษัท สเปเชียลแล็บเซ็นเตอร์ จำกัด 
  

Comments
ByJXD V1000 @ Saturday, July 21, 2012 10:34 AM
It is nice that you posted something like this and I am quite lucky to read it. Thanks for posting this!

ByPeugeot Car DVD Player @ Monday, August 13, 2012 10:48 AM
such a beautiful car dvd player,with so easy price,would you like to buy some ?

ByHUAWEI Ascend P1 @ Monday, August 20, 2012 3:29 PM
แปรงสีฟันเป็นของจำเป็นที่ใช้ทุกวันในการขจัดคราบอาหาร สิ่งสกปรกที่ติดตามตัวฟัน เพื่อป้องกันฟันผุและเหงือกอักเสบ ”

ByNorth face Pink Ribbon @ Tuesday, October 30, 2012 9:01 AM
The North Face Women's Pink Ribbon Denali Hoodie Jackets Black

Bysports Goggles @ Tuesday, October 30, 2012 2:22 PM
I like the efforts you have put in this,regards for all the great blog posts.Thank you,bless you for the article,I might come back later to view out your other posts.

Bycheap uggs @ Wednesday, October 31, 2012 2:11 PM
UGG Romantic Flower Boots

Bycoach outlet online @ Thursday, December 06, 2012 10:57 AM
And also since this particular Michael Kors Off-shore Get Bag will be flexible with regard to conditions, coupling this along with other trendy extra supplies and also attire would likely definitely make you stay stylish. In terms of this particular summer.http://www.buyscoachoutletonline.net/

Byr4i @ Wednesday, June 05, 2013 12:51 PM
Metro : Last Light sortira le 17 mai prochain C&#8217;est officiel, nous connaissons désormais la date de sortie du prochain FPS de 4A Games ! Les possesseurs de PS3, Xbox 360 ou PC peuvent donc mettre une croix dans leur agenda pour le 17 mai prochain (l

You must be logged in to post a comment. You can login here
 
 Copyright © 2007 by Safety Health Environment